TLE 4 สิงหาคม 2009 คิดถึงครู คิดถึงครู

อ่านดนตรีผ่านหนังสือ หมวดหมู่ใหม่ที่จะมาแนะนำเรื่องราวทางดนตรีที่อยู่ในหนังสือต่าง ๆ เล่มแรกที่จะมาแนะนำกันในวันนี้คือ คิดถึงครู โดยจักรพันธุ์ โปษยกฤต เป็นการบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ระหว่างครูกับศิษย์

DSC_0001

ชีวิตของศิลปินทั้งหลายไม่ว่าจะร่ำเรียนศาสตร์ในสาขาวิชาไหน กว่าจะมีความรู้ความสามารถที่สมบูรณ์พร้อม แน่นอนย่อมต้องประกอบด้วยคุณสมบัติหลายอย่าง ทั้งพรสวรรค์ พรแสวง ความมานะอดทน ความขยันหมั่นเพียร นอกจากนี้ย่อมต้องมีแม่แบบหรือบุคคลที่อุดมด้วยความรู้ ช่วยถ่ายทอดและสั่งสอนศิลปะวิทยาต่างๆ ที่ดีพร้อม ให้ด้วยความเมตตา เราหมายรู้เรียกบุคคลผู้มีพระคุณผู้นี้ว่า ครู

จักรพันธุ์ โปษยกฤต (ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๓) ชื่อนี้ น้อยนักที่จะไม่มีใครรู้จัก เพราะผลงานศิลปะที่งดงามเป็นเอกลักษณ์ของท่านได้ปรากฏออกสู่สายตาสาธารณชนมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งงานจิตรกรรม งานทัศนศิลป์ งานหุ่นไทย และงานวิจิตรศิลป์อื่นๆ แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้มีความสามารถและความรู้ทางด้านศิลปะที่ได้รับการถ่ายทอดและสืบทอดความรู้จากครูบาอาจารย์หลายๆ ท่าน

ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่งดงามเรียบง่ายของหนังสือ คิดถึงครู และรูปลักษณ์ภายในของการจัดวางภาพประกอบที่สวยงามลงตัวและการบรรยายเนื้อเรื่อง จากตัวอักษรโลดแล่นผ่านงานเขียนที่สร้างจินตนาการให้กับผู้อ่านอย่างน่าอัศจรรย์ เหล่านี้คือ ศิลปะการออกแบบหนังสือ และ ศิลปะการเล่าเรื่อง ที่อาจารย์จักรพันธุ์ได้นำเสนอเป็นงานศิลป์อันวิจิตรโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของท่านอีกชิ้นหนึ่ง

หน้าปกหนังสือพื้นสีขาวสะอาด มีรูปวาดสีน้ำมันภาพดอกสีบัวชมพู จัดอยู่บนอ่างสีน้ำเงินเข้มลายมังกรว่างบนผืนผ้าเหลืองอมส้ม ข้างใต้ภาพเป็นตัวอักษรลายมือสองบรรทัด บรรทัดแรกมีตัวอักษรสีชมพูเขียนว่า คิดถึงครู นั้นคือชื่อหนังสือ และบรรทัดล่างตัวอักษรสีเทาเป็นชื่อผู้เขียนคือ จักรพันธุ์ โปษยกฤต

คิดถึงครูเป็นหนังสือที่เกิดจากความสัมพันธ์และความผูกพันระหว่างครูท่านต่างๆ กับอาจารย์จักรพันธุ์ เป็นหนังสือที่น่าอ่านและชวนติดตามจนวางหนังสือไม่ลง เมื่อได้หยิบและพลิกหน้าหนังสือเปิดออกอ่าน เสน่ห์ของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่การเล่าเรื่องต่างๆ ด้วยถ้อยคำและภาษาที่เข้าใจง่ายเป็นเอกลักษณ์ เรื่องราวต่างๆ ถูกเล่าผ่านหัวข้อที่อาจารย์จักรพันธุ์ตั้งขึ้น ซึ่งแบ่งเป็นตอนๆ เพื่อสื่อความหมายถึงคุณครูท่านนั้นๆ และมีหลายตอนที่กล่าวถึงครูดนตรีไทย ครูนาฏศิลป์ และครูหุ่นไทย

คิดไปใจหายไม่วายโศก เหมือนเดือนดับลับโลก ไม่แลเห็น ไม่หวนคืนกลับหลัง ดังเคยเป็น ๓ ตอนที่อาจารย์จักรพันธุ์เล่าถึงความหลังเกี่ยวกับนักระนาดผู้ยิ่งใหญ่ ครูบุญยงค์ เกตุคง ถึงบรรยากาศและความรู้สึกตลอดช่วงระยะเวลาที่อาจารย์ได้ร่วมงานกับคุณครูบุญยงค์ เมื่อครั้งเล่นหุ่นกระบอกครั้งแรก เรื่องพระอภัยมณี ตอนหนีนางผีเสื้อสมุทร พ.ศ. ๒๕๑๘ จวบจนถึงการบรรจุเพลงหุ่นกระบอก เรื่องตะเลงพ่าย และเล่าที่มาที่ไปถึงการบรรจุเพลงต่างๆ ในเรื่องตะเลงพ่ายด้วย เช่น เพลงตระพญาม่าน ๔ ไม้ ที่ใช้ตอนพระมหาอุปราชออกตรวจพล นอกจากคุณครูบุญยงค์แล้ว อาจารย์ยังเล่าถึงคุณครูท่านต่างๆ อีก คือ คุณครูจำเนียร ศรีไทยพันธุ์ คุณครูบุญยัง เกตุคง คุณครูอร่าม อินทรนัฏ คุณครูวงษ์ รวมสุข ครูผู้มากความสามารถในเชิงการเชิดหุ่นกระบอกและมีทีเด็ดท่าไม้ตายอยู่ที่การเชิดตัวหนุมานให้ตีลังกาหกคะเมนได้ ในตอนหนุมานจับนางเบญจกาย

หากวิชาความรู้ที่ร่ำเรียนสืบทอดมาทั้งชีวิต เป็นมรดกที่ครูบาอาจารย์ให้จำเพาะเจาะจง ใช้ว่าจะมีจะได้ทุกคนไป ถึงอยากได้ก็ไม่ได้ ถึงอยากมีก็ไม่มี เพราะเจ้าของท่านไม่ให้ การมอบมรดกอันหาค่าไม่ได้นี้ ท่านเรียกว่าประสิทธิ เป็นการให้ด้วยใจ จากจิตถึงจิต ไม่ได้เลื่อยลอย ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของครูบาอาจารย์ และวาสนาของศิษย์เท่านั้น

ประโยคขึ้นต้นอันแสนลึกซึ้งที่อาจารย์จักรพันธุ์เขียนเล่าเรื่องในตอน สิบนิ้วลูกจะยกขึ้นประนม ๔ ในตอนนี้เล่าบรรยายถึงคุณครูอีกท่านหนึ่งที่มีความสำคัญในการวางรากฐานเรื่องหุ่นกระบอกให้แก่อาจารย์จักรพันธุ์ คือ คุณครูชื้น สกุลแก้ว ซึ่งมีเรื่องสนุกๆ เกิดจากประสบการณ์ต่างๆ ทั้งที่คุณครูชื้นเล่าเรื่องเก่าให้แก่อาจารย์ฟังและเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวอาจารย์เอง อย่างเรื่องพ่อครูฤๅษีที่บูชาอยู่บนหิ้งสูงกลางบ้านของคุณครูชื้น ท่านเล่าว่า หัวพ่อแก่เป็นฝีมือคุณมณี ใช้ดินจอมปลวกปั้น แล้วปิดกระดาษ พ่อ (ครูเปียก ประเสริฐกุล) ต้องไปขอให้หลวงปู่รอด วัดนายโรง ที่เป็นอาจารย์ของพ่อเบิกพระเนตรให้หัวหุ่นพ่อแก่นี่ หลวงปู่ดำน้ำลงไปเบิกพระเนตรให้ใต้น้ำเชียวนะ พ่อครูถึงได้ศักดิ์สิทธิ์เหลือเกิน นอกจากนี้ ยังมีเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ลี้ลับของตัวหุ่นกระบอกสินสมุทร ตัวดั้งเดิมที่เก็บรักษามาตั้งแต่ครั้งคณะหุ่นนายเปียก ประเสริฐกุล ซึ่งคุณครูชื้นหวงนักหวงหนา และยังมีเรื่องราวอีกหลายตอนที่ชวนสนุกและน่าจดจำ เป็นเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่อาจารย์จักรพันธุ์ท่านได้เขียนสอดแทรกไว้อย่างถี่ถ้วนจริงๆ

DSC_0004

หนังสือเล่มนี้ นอกจากเป็นบันทึกความทรงจำเรื่องราวต่างๆ ระหว่างครูกับศิษย์แล้ว คิดถึงครู ยังนับเป็นบทบันทึกสำคัญของชีวิตอันทรงคุณค่าของศิลปินแต่ละท่านได้อย่างงดงาม เช่นเดียวกับความงามและความละเอียดอ่อนของภาพแต่ละภาพที่อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ได้รังสรรค์ไว้ให้โลกได้ชื่นชม

รูปภาพจาก : http://www.chakrabhand.org/

Be Sociable, Share!

Tags:

มี 7 ความคิดเห็น ต่อ “คิดถึงครู”

  1. Matsakorn พูดว่า:

    ขอบคุณที่นำมาแนะนำครับผม

  2. erlking พูดว่า:

    ซื้อแล้วครับ ไปซื้อที่บ้านอาจารย์เลย อ่านแล้วได้ความรู้ดีครับ ชอบงานเขียนของอาจารย์มากๆ เป็นการเล่าเรื่องที่สอดแทรกสาระและความรู้ไว้ในตัว อ่านแล้วสนุก ไม่เบื่อเลยครับ

  3. saparnn พูดว่า:

    ปูชาจปูชนียานัง เอตัมมังคละมุตมัง หนังสือน่าอ่านมากเป็นแบบอย่างที่เขียนถึงบุคคลผู้มีพระคุณที่ได้ระลึกถึง เป็นความกตัญญูกตเวทิตเป็นการบูชาบุคลที่ควรบูชาอันเป็นมงคลแก่ชีวิตอย่างหนึ่ง

  4. xxa พูดว่า:

    ปูชาจปูชนียานัง เอตัมมังคละมุตมัง แปลว่าอะไรครับ

  5. pad_2nd พูดว่า:

    น่าอ่านเว่อร์ๆ แล้วจะไปหาซื้อมาค่ะ

  6. ณ... พูดว่า:

    …การบูชาบุคคลที่ควรบูชา เป็นมงคลอย่างยิ่ง…

  7. ขอบคุณที่มีสิ่งดีมาให้

ความคิดเห็น

หากต้องการมีรูปประจำตัว ให้สมัครที่ Gravatar.com