TLE 1 มีนาคม 2010 ดนตรีดีๆ ไม่มีกระได ดนตรีดีๆ ไม่มีกระได

ในมุมมองและความรู้สึกของคนไทยในอดีตที่มีต่อดนตรีคลาสสิก มักมองในแง่ลบว่าเป็นดนตรีสำหรับชนชั้นสูงเท่านั้น หรือมีไว้แค่เพื่อประดับความโก้เก๋และความหรูหรา จึงเกิดประโยคยอดฮิตติดปากที่คนมักจะพูดกันว่า ฟังดนตรีคลาสสิกต้องปีนกระไดฟัง เพราะมีความคิดว่าตัวเองหูไม่ และที่มาของสำนวนนี้ก็มาจากชื่อของเพลงคลาสสิกที่ส่วนใหญ่จะตามมาด้วย ในบันไดเสียงต่างๆ นั้นเอง

ประโยคที่ดังกล่าวย่อมแสดงให้เห็นถึง ทัศนคติ ด้านลบที่คนไทยส่วนใหญ่มีต่อดนตรีคลาสสิก (ยังไม่รวมถึงเหตุผลอื่นๆ เช่น ความยาวของบทเพลง เป็นของฝรั่งไม่เข้ากับคนไทย การนำเสนอแบบเดิมๆ เชยๆ เป็นต้น) และดูเหมือนว่าความคิดนี้จะถูกฝังเข้าไปในหัวสมองของคนไทยเสียแล้วด้วยซ้ำ ส่งผลให้ไม่อยากฟัง ไม่อยากดู ไม่อยากที่จะทำความเข้าใจ ศึกษาหาความรู้ หรือค้นหาคุณค่าที่มีอยู่ภายในตัวของดนตรีคลาสสิก บวกกับวิถีชีวิตของคนไทยยังเหินห่างจากศิลปวัฒนธรรมจำพวกนี้อยู่มาก ถึงเวลาแล้วที่คนไทยควรหันมาปรับทัศนะคติเกี่ยวกับการฟังดนตรีคลาสสิกกันอย่างจริงจัง เพื่อสร้างค่านิยมและรสนิยมที่ดีๆ ให้เกิดขึ้นภายในจิตใจของคนในสังคมไทย

ดนตรีดีๆ ไม่มีกระได

ผู้เขียนคิดว่าหนังสือ ดนตรีดีๆ ไม่มีกระได หนังสือขนาดพ็อคเก็ตบุ๊ค ผลงานเล่มล่าสุดของ บัณฑิต อึ้งรังสี ร่วมเขียนกับ จุมพฏ สายหยุด ซึ่งออกวางแผงจำหน่ายเมื่อไม่นานมานี้ น่าจะเป็นวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยปูพื้นฐานความรู้ความเข้าใจ และเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่จะทำความรู้จักกับดนตรีคลาสสิก อีกทั้งยังจะช่วยปรับทัศนะคติและมุมมองเดิมๆ ให้ดีขึ้นได้ในระดับหนึ่ง

บัณฑิต อึ้งรังสี ผู้เขียนหนังสือดนตรีดีๆ ไม่มีกระได เป็นวาทยกรชาวไทยที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ว่าเป็นวาทยกรรุ่นใหม่ที่มีความสำคัญคนหนึ่งของโลก ได้รับรางวัลการแข่งขันวาทยกรระดับนานาชาติหลายครั้งด้วยกัน และมีผลงานการเขียนหนังสือที่นำเสนอสู่สายตาผู้อ่านมาแล้ว ๔ เล่ม คือ ๑. ต้องเป็นที่หนึ่งให้ได้ ๒. สร้างคนไทยไประดับโลก ๓. ๓๐ วิธีเอาชนะโชคชะตา และ ๔. กฎแห่งความดี

และนักเขียนที่ร่วมเขียนหนังสือเล่มนี้อีกท่านหนึ่ง คือ จุมพฏ สายหยุด ผู้ที่มีความชื่นชมในความรู้ด้านประวัติศาสตร์และเสียงเพลงมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันเป็นคอลัมนิสต์ให้กับกรุงเทพธุรกิจ พร้อมทั้งงานค้นคว้าเรียบเรียงประวัติบุคคลและหน่วยงานต่างๆ

หนังสือเล่มนี้แบ่งหมวดหมู่ออกเป็น ๕ บท คือ ๑. ๑๐ นักแต่งเพลงผู้ยิ่งใหญ่ ๒. เครื่องดนตรีในวงออร์เคสตรา ๓. ฟังเพลงไหน เมื่อไหร่ดี ๔. บทเพลงที่สำคัญอื่นๆ ในโลกของดนตรีคลาสสิก และ ๕. คำศัพท์เกี่ยวกับดนตรีคลาสสิก

ข้อมูลเบื้องต้นที่ถือว่าเป็นเนื้อหาใจความหลักของหนังสือเล่มนี้ จะหนักไปทางประวัติบุคคลเป็นส่วนมาก เพราะกว่าครึ่งเล่มในจำนวนหน้ากระดาษทั้งหมด ๑๕๑ หน้า ถูกใช้ไปกับบทที่ ๑ เรื่องประวัตินักแต่งเพลงผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง ๑๐ ท่าน คือ เกิร์ชวิน ชูเบิร์ต ไชคอฟสกี้ บราห์มส์ บาค เบโธเฟน โมสาร์ต วิวาลดี เฮนเดล และไฮเดิน พร้อมแทรกเกร็ดประวัติต่างๆ ที่น่าสนใจเล่าเรื่องอย่างบัณฑิต เช่น เรื่องการเปรียบเทียบบีโธเฟ่นกับโมสาร์ตว่า

โมสาร์ตได้เข้าออกวังทั่วยุโรปตั้งแต่อายุไม่ถึง ๑๐ ขวบ เล่นดนตรีให้กษัตริย์และเจ้าขุนมูลนายต่างๆ แถมรูปร่างหน้าตาดี เป็นที่โปรดปรานของผู้พบเห็น ในเรื่องพรสวรรค์ เบโธเฟ่นก็ไม่โด่ดเด่นเท่าโมสาร์ต โมสาร์ตนั้นเขียนดนตรีเหมือนพระเจ้าให้มา ออกมาจากปลายปากกาแบบไม่ต้องแก้ เขียนโน้ตเป็นร้อยเป็นพันหน้า ก็ไม่มีการลบแก้เลย แต่เบโธเฟ่น เขียนซิมโฟนีหมายเลขห้า บทที่ดังที่สุดของเขา ลบแก้แล้วแก้อีกกว่าจะเสร็จบทหนึ่ง เป็นต้น

แถมให้ด้วยกับ ลิสต์ ฟังเพิ่ม เป็นการแนะนำบทเพลงไพเราะที่เป็นอมตะของนักแต่งเพลงแต่ละท่านพร้อมคำอธิบายให้ผู้อ่านเลือกฟังตามใจชอบ

บทที่ ๒ ว่าด้วยเรื่องเครื่องดนตรีในวงออร์เคสตรา แสดงภาพตัวอย่างเครื่องดนตรีชิ้นต่างๆ และภาพการจัดวางเครื่องดนตรีภายในวง เป็นแค่การนำเสนอว่าเครื่องดนตรีชนิดนี้เรียกว่าอะไร มีหน้าตาและรูปร่างเป็นอย่างไร แต่ไม่ได้เขียนลงลึกถึงในรายละเอียดเรื่องประวัติความเป็นมา ขั้นตอนการผลิต วัสดุที่ใช้ทำ หรือแหล่งผลิตที่สำคัญ ซึ่งถ้าผู้เขียนเติมเต็มในส่วนนี้ได้ ก็จะเป็นความรู้และประโยชน์ต่อผู้อ่านอย่างยิ่ง

บทที่ ๓ มีเนื้อหาเกี่ยวกับบทเพลงล้วนๆ นำเสนอเพลงคลาสสิกที่นิยมที่สุดตลอดกาลจำนวน ๘๐ เพลง จำแนกตามวิธีการใช้ประโยชน์หรือตามอารมณ์ที่ผู้ฟังต้องการให้เข้ากับบรรยากาศในขณะนั้น และสามารถเปิดเป็น background music ประกอบกิจกรรมต่างๆ ได้ เช่น หัวข้อดนตรีดีๆ ที่ช่วยให้อารมณ์ดี มีความสุข ได้แก่ Symphony No.6, Movement 1ฯลฯ หัวข้อดนตรีดีๆ สำหรับการผ่อนคลาย ได้แก่ Pavane หรือ Aquarium ฯลฯ เป็นต้น และเข้มข้นด้วยรายชื่อเพลงสำคัญอื่นๆ ในโลกดนตรีคลาสสิก ให้ผู้อ่านและผู้ที่สนใจได้ค้นหามาฟังเพิ่มเติม

บทสุดท้ายเป็นการอธิบายคำศัพท์ดนตรีคลาสสิกที่เกี่ยวกับรูปแบบต่างๆ คือ คำศัพท์ที่เกี่ยวกับรูปแบบของวงดนตรี เกี่ยวกับบทเพลง ยุคของดนตรีคลาสสิก และคำศัพท์ดนตรีขั้นพื้นฐานที่ควรทราบ

ปัญหาอย่างหนึ่งที่พบในหนังสือเล่มนี้ ที่สร้างความรำคาญใจและลดคุณค่าของหนังสือลงอย่างมาก คือเรื่องคำผิดและความบกพร่องในการตรวจความถูกต้องของภาษาที่ใช้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้อ่านสามารถพบเห็นได้ง่ายกว่าความบกพร่องด้านเนื้อหาข้อมูลที่ผู้เขียนได้นำเสนอ เป็นสิ่งที่ใครก็สามารถพบเห็นได้โดยไม่ต้องมีความรู้ความสามารถในสาขาวิชานั้นๆ

ถึงแม้นว่าการใช้ภาษาหรือการดำเนินเรื่องราวจะดีอย่างไร แต่เมื่อผู้อ่านพบความบกพร่องต่างๆ ซ้ำซากหลายแห่ง แทนที่การอ่านจะลื่นไหลและจูงใจ กลับต้องสะดุดและนำไปสู่ความน่าเบื่อหน่ายในที่สุด อีกทั้งยังทำให้ไม่แน่ใจในคุณภาพของเนื้อหาอีกด้วย

ส่วนเรื่องที่สมควรจะเขียนเพิ่มเติมเป็นเกร็ดความรู้ เพื่อความสมบูรณ์แบบของหนังสือเล่นนี้ก็คือ มารยาทต่างๆ ในการฟังดนตรี เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ทราบและไม่ได้รับการปลูกฝังเรื่องธรรมเนียมปฏิบัติการเข้าชมดนตรีในหอแสดงดนตรี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแต่งกาย การงดใช้เสียง การเดินไปมาเข้าออกขณะทำการแสดง รวมถึงมารยาทการถ่ายภาพ ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ฯลฯ

สิ่งวิเศษที่ถือว่าเป็นข้อดีที่พบในหนังสือเล่มนี้ คือการใช้ภาพประกอบสีที่สวยงาม มีทั้งภาพวาดคลาสสิก และภาพถ่ายทั้งเก่าใหม่จำนวนกว่า ๑๐๐ ภาพ และการออกแบบหนังสือที่ใช้สีสันสลับกันในแต่ละบทตลอดทั้งเล่ม ช่วยสร้างอารมณ์ ความรู้สึก และแรงจูงใจที่ดีต่อผู้อ่านที่เป็นเด็ก เพราะเด็กมักจะชื่นชอบสีสันที่สดใส ทั้งยังทำให้ไม่เกิดความซ้ำซากจำเจแก่ผู้อ่านที่เป็นผู้ใหญ่อีกด้วย

หนังสือที่เป็นเนื้อหาทางวิชาการต้องสร้างแรงสูงใจให้กับผู้อ่านด้วยเรื่องเหล่านี้ นักวิชาการต้องย่อยความรู้ยากๆ ให้ผู้อื่นอ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย มีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้คนอ่านเข้าใจสาระที่ส่งไปอย่างง่ายที่สุด แต่คงเนื้อหาและข้อมูลไว้ และออกแบบหนังสือให้มีความน่าสนใจ เมื่อเห็นแล้วก็อยากที่จะหยิบขึ้นมาดู มาอ่าน มาศึกษา

เพราะใช้ว่าความเป็นวิชาการจะต้องแข็งทื่อ แห้งแล้ง ภาษาที่ใช้ก็เข้าใจยาก หน้ากระดาษก็มีแต่ตัวอักษรเต็มเหยียดไปหมด องค์ความรู้ดีๆ ก็จะอยู่แต่กับคนในกลุ่มแคบๆ เพราะขาดความน่าสนใจ ขาดรูปลักษณ์ที่ทันสมัยสวยงาม

สุดท้ายนี้ผู้เขียนขอฝากว่า อ่านหนังสือดนตรีดีๆ ไม่มีกระไดแล้วจะรู้ว่า ดนตรีที่ดีๆ อย่างดนตรีคลาสสิก ไม่ต้องปีนกระไดขึ้นไปฟังให้เมื่อยอย่างที่เขาว่าๆ กันไว้ เพียงแต่ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าเราจะเปิดใจยอมรับและเปลี่ยนทัศนคติกับมันได้อย่างไรเท่านั้นเอง!

Be Sociable, Share!

Tags:

มี 3 ความคิดเห็น ต่อ “ดนตรีดีๆ ไม่มีกระได”

  1. toon พูดว่า:

    ถึงเป็นคนดนตรีไทย แต่รู้สึกว่าจะฟังเพลงคลาสสิคมากกว่าเพลงไทยเดิมซะอีก

  2. tony พูดว่า:

    ผมเน คนคนหนึ่งที่เล่นดนตรีคลาสิก หนังสือเล่มนี้ดีมาก ผมอยากให้ทุกคนอ่านเหมือนผมเเล้วคุณจะรู้ว่า
    “ดนตรีดีๆไม่กระไดคับ”

  3. neves พูดว่า:

    “หนังสือที่เป็นเนื้อหาทางวิชาการต้องสร้างแรงสูงใจให้กับผู้อ่านด้วยเรื่องเหล่านี้”ผิดพลาดเล็กน้อยให้อภัยเพื่อครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่า…(ตกกระไดนิดหน่อย)

ความคิดเห็น

หากต้องการมีรูปประจำตัว ให้สมัครที่ Gravatar.com