xxa 8 พฤษภาคม 2010 ครูเอื้อ ?ฉัตรเฉลิม เอื้อ ฉัตรเฉลิม ช่างจะเข้แห่งเมืองชล

ครูเอื้อ  ฉัตรเฉลิม

ครูเอื้อ ฉัตรเฉลิม เพลงดนตรีฉบับเดือนมิถุนายน 2538

จะเข้เมืองชล

หลายครั้งหลายหนที่มาคนถามว่า “ถ้าจะซื้อจะเข้ดีๆ จะหาซื้อได้ที่ไหน” คำตอบที่ได้แทบจะทุกคนต่างแนะนำเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไปที่เมืองชลสิ” พร้อมทั้งยกเหตุผลอธิบายสรรพคูณเสียยืดยาว บางคนก็แสดงอาการตื่นเต้นออกมา เมื่อพูดถึงที่นั้น เพราะเป็นแหล่งเดียวกับที่มาของจะเข้ตัวโปรด ซึ่งดูเหมือนกับว่าภูมิใจนักหนาที่ได้เป็นลูกค้าของที่นั่น

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ใครต่อใครยอมรับในฝีมือการทำจะเข้ของช่างที่ชลบุรีนอกจากเรื่องคุณภาพเสียง ความประณีตในเรื่องการเลือกวัสดุอุปกรณ์ในการทำ และสัดส่วนของจะเข้ที่มีความสวยงามแล้ว มีอีกสิ่งหนึ่งที่มักจะได้ยินคนจะเข้เอ่ยถึงอยู่เสมอก็คือเรื่องราวเกี่ยวกับตัวช่างที่ทำ และดูเหมือนว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ใครต่อใครไปเลือกหาจะเข้ไกลถึงชลบุรี ทั้งๆ ที่จะเข้ดีๆ ก็มีอยู่หลายเจ้า

ทั้งนี้ เพราะโดยปกติที่เราต้องการเครื่องดนตรีที่ดีสักชิ้นสองชิ้น ก็สามารถไปเลือกซื้อเลือกหาได้ ตามร้านจำหน่ายเครื่องดนตรีไทยที่มีชื่อเสียงทั่วไป ซึ่งก็จะได้เครื่องดนตรีที่ดีตามที่เราต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องติดต่อกับช่างที่ทำโดยตรง และมากไปกว่านั้น ชื่อเสียงเรียงนามของช่างที่ทำก็แทบจะไม่อยู่ในความสนใจเลยก็ว่าได้

แต่ในกรณีนี้ คนแล้วคนเล่าก็มักกล่าวถึงช่างที่ทำอย่างสนิทสนมออกหน้าออกตา ดูราวกับความเป็นความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้บอกกับใครๆ ว่าตนเองก็มีโอกาสได้รู้จักมักคุ้นกับเขาเหมือนกัน

ช่างเอื้อ ลุงเอื้อ หรือครูเอื้อ คือชื่อของช่างทำจะเข้เมืองชลบุรีที่ใครๆ เอ่ยถึงอย่างยกย่องชื่อชม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝีมือทางช่างหรืออัธยาศัยไมตรี โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานวิชาชีพที่คงเส้นคงวา และมักจะบอกเล่าต่อๆ กันว่า ถ้าคนไหนมีฝีมือจริงก็ควรจะไปเลือกซื้อด้วยตัวเอง เพราะอาจจะได้ของดีไปครอบครอง เหตุผลประการหลังนี้เท่ากับเป็นการพิสูจน์ฝีมือในขั้นหนึ่งว่า ฝีมือใครจะถูกใจช่างผู้เป็นเจ้าของบ้าง

ช่างทำเครื่องดนตรีฉบับนี้ กองบรรณาธิการของกาสาพาท่านผู้อ่านมุ่งหน้าไปที่จังหวัดชลบุรี เพื่อจะได้พบและรู้จักกับลุงเอื้อ ฉัตรเฉลิม ช่างจะเข้ฝีมือลือเลื่อง เพื่อจะได้ทราบความเป็นมาของช่างท่านนี้ให้มากยิ่งขึ้น

ก่อนอื่นต้องขอแนะนำเรื่องการเดินทางไปจังหวัดชลบุรีเสียก่อน จังหวัดชลบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งทางภาคตะวันออกของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพมหานครไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ ๘๐ กิโลเมตร ท่านใดที่มีรถส่วนตัวคงไม่ลำบากนัก เพียงแต่มุ่งหน้าไปทางถนนสายบางนา-ตราด จนกระทั้งเข้าเขตตัวเมืองชลบุรีผ่านวัดเขาบางทรายทางฝั่งซ้ายมือไปประมาณครึ่งกิโลเมตรก็จะถึงสามแยกไฟแดง ให้เลี้ยวขวาเข้าไปในตัวเมืองอีกประมาณ ๑ กิโลเมตร จนผ่านวัดช่องลมอีกประมาณ ๖๐ เมตร ก็จะเห็นป้ายชื่อซอยจงประสานทางฝั่งขวาของถนน ทีนี้ให้เลี้ยวเข้าไปในซอยอีกประมาณ ๒๐๐ เมตรก็ถึงแล้ว จุดที่สังเกตได้ง่ายก็คือกองไม้ที่วางเรียงรายอยู่มากมายบริเวณหน้าบ้าน เพื่อเตรียมขุดทำจะเข้โดยเฉพาะ

สำหรับท่านที่จะเดินทางไปกับรถโดยสารประจำทาง ขอให้ไปเริ่มต้นที่สถานีรถประจำทางสายตะวันออก (อยู่ที่เอกมัยติดท้องฟ้าจำลอง) ซึ่งจะมีรถมากมายหลายสายที่ต้องผ่านตัวเมืองชลบุรี หรือไม่ก็อาจจะไปดักรอรถที่บริเวณสี่แยกใต้ทางด่วนบางนาก็สะดวกดีเหมือนกัน

ไปซอยประจงสานบ้านลุงเอื้อ

ระยะเวลาของการเดินทางจะกรุงเทพฯ จนถึงตัวเมืองชลบุรีไม่นานนัก ประมาณไม่เกิน ๒ ชั่วโมงก็ถึงแล้ว แต่ที่สำคัญของให้บอกกระเป๋ารถด้วยว่าท่านจะลงที่สามแยกบางทรายมิเช่นนั้นอาจจะต้องหาทางไปเอาเอง เมื่อท่านลงที่สามแยกแล้ว แถวนั้นจะมีมอเตอร์ไซค์รับจ้างคอยบริการ เพียงแต่บอกไปซอยจงประสานเท่านั้น ทุกคนก็จะทราบดี ราคามาตรฐานคือ ๑๐ บาท

เมื่อไปถึงหน้าบ้านแล้ว ประตูหน้าบ้านจะปิดเอาไว้ให้ท่านร้องเรียกหา “ลุงเอื้อ” หรือ “ครูเอื้อ” ตามแต่สะดวก ชายสูงอายุคนหนึ่งจะเป็นผู้เปิดประตูมาต้อนรับท่าน ชายผู้นี้ก็คือ ลุงเอื้อ ฉัตรเฉลิม ช่างทำจะเข้ที่เราต้องการพบนั่นเอง

ต่อไปนี้คือเรื่องราวรายละเอียดส่วนตัวของลุงเอื้อ หลังจากที่เราแนะนำตัว และบอกจุดประสงค์ในการมาครั้งนี้เรียบร้อยแล้ว

“ผมเกิดที่นี่ ผมเป็นคนชลโดยกำเนิด” ลุงเอื้อเริ่มเล่าประวัติของตนเอง “พ่อชื่อแฉ่ง แม่ชื่อย้ง มีพี่น้อง ๖ คน ผมเป็นคนที่ ๒ เริ่มเรียนหนังสือครั้งแรกเรียนที่วัดจนจบชั้นประถม ต่อมาเข้าเรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนเมืองชลชาย (ชลราษฎรอำรุง) เรียนตั้งแต่ชั้น ม.๑ จนถึงชั้น ม.๖ หลังจากนั้นก็ไปเป็นทหารจนได้รับบัตรเด่นชัยมา”

จุดเริ่มต้นของการเป็นช่าง

ลุงเอื้อเล่าให้ฟังว่า “เดิมทีก็ดีดจะเข้เป็นคนรักทางนี้อยู่ ดีดเป็นก็เล่นไปเรื่อยๆตามเรื่องตามราว ต่อมาก็เลยลองหัดขูดดูบ้าง เริ่มทำตั้งเป็นหนุ่ม อายุพึ่งได้ ๒๐ ปี ยังเป็นทหารอยู่เลย เริ่มแรกที่หัดเล่นจะเข้ก็มีครูต่อให้หลายคน ครูก็ไม่ใช่ครูจะเข้ แต่เป็นครูซออู้ ซอด้วง พอเป็นจะเข้ก็มาเริ่มหัดทำจะเข้ ครั้งแรกก็ไปหัดทำที่บางทราย เขาทำจะเข้เล่นอยู่แล้ว ชื่อ เจิน เหลี่ยมสุวรรณ เป็นทหารด้วยกัน เขาเป็นจะเข้มาก่อน เขาก็เลยแนะนำ ตัวแรกที่ขุดก็ทำที่บ้านเขานั่นแหละ ตอนหลังเขาก็ไปลงทะเลหาปลา

ผมก็ทำคนเดียวมาเรื่อยๆ หาไม้มาขุดเอง ดูว่าเขาทำอะไรสวยก็ทำตามเขา เริ่มต้นด้วยใจรัก จากนั้นก็หาความรู้เพิ่มเติมมาเรื่อยๆ ตอนแรกก็ทำมาเล่นเอง ตอนหลังมีคนมาขอซื้อก็ขายไป

ต่อมาผมก็ไปทำกับลุงคำที่บางทราย กับลุงคำนี่รวมหัวทำจะเข้ขายกันเลย เพราะแกก็ชอบทางนี้เหมือนกัน ช่วยกันทำ อยู่กับเขามาหลายปีเหมือนกัน ประมาณ ๕-๑๐ ปี เห็นจะได้ ตอนหลังเมื่อแกเสียชีวิตไปแล้ว ผมก็เลยย้ายมาอยู่บ้านยายตรงที่อยู่ปัจจุบันนี้”

การทำงานของลุงเอื้อ

“เมื่อเริ่มมาทำที่ตรงนี้ ผมทำเฉพาะจะเข้อย่างเดียวและทำคนเดียวด้วย บางทีก็ให้คนอื่นไปหาไม้มาให้ เช่น ไม้ขนุน ไม้โมก หรือไม้อย่างอื่นก็ทำเสียงจะกระชับ ตัวหนึ่งผมใช้เวลาทำนานประมาณ ๑ เดือน อย่างชุดนี้กว่าเสร็จก็ ๖-๗ วัน ทำคนเดียวนะ ใช้มือทำทั้งนั้น ใช้เครื่องกลึงอยู่อย่างเดียวคือ ส่วนลูกบิดและก็ขา เดี๋ยวนี้กลึงไม่ไหวแล้ว ต้องจ้างเขากลึง แต่ข้างในนี้จะขุดเอง

ตอนนี้ผมมือหน้าที่ปรับนม ปรับเสียงนี่ปรับเอง นมก็เหลาที่นี่ มีแบบให้เขาไปทำบางที่บางอย่างที่ทำได้ก็ทำเอง กรอเอง ถ้าใครอยากได้จะเข้สูงก็มาที่นี่

ถ้าใครจะมาหาผม ต้องมาช่วงเวลาประมาณ ๓ โมงเช้าถึง ๓ โมงเย็นทุกวัน ก็กรณีที่ผมไม่อยู่ไม่ทำก็คือ ไปเที่ยว ส่วนใหญ่จะไปเที่ยวเป็นกลุ่มๆ ตอนนี้ชักห่างๆ ไม่ค่อยได้ไปแล้ว ไปปีละหน”

กลุ่มลูกค้าที่สนใจซื้อจะเข้

“เดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่คนจะมาซื้อที่นี่ เมื่อก่อนก็ไปส่งเขาตามร้าน แต่ตอนนี้เขารู้จักที่แล้วก็มาสั่งเอง เดือนหนึ่งก็ออกประมาณ ๑๒ ตัว

ส่วนใหญ่ที่มาสั่งก็จะเป็นนักศึกษาดนตรี ฝีมือเยี่ยมๆ ถ้าซื้อไปแล้วฟังก็มาซ่อมได้ หรือมีอยู่อีกเจ้าที่เป็นเพื่อนกัน เขาก็รับทำรับซ่อม ที่ส่งตามร้านก็มีร้านนาฏศิลป์ ส่งให้เขาเป็นเดือนละครึ่งโหล ร้านที่สั่งจะเข้เอาไปขายนี่ เขามีลูกน้องเยอะอยู่ฝั่งธนฯ ส่วนใหญ่จะนัดให้โทรศัพท์มาถามก่อนว่ามีไหม ใครที่ต้องการก็ต้องโทรมาถามบ่อยๆ”

มาตรฐานราคา

“ช่วงแรกราคาจะเท่ากันหมดทุกตัว แต่ช่วงหลังๆ นี่ จะแพงขึ้น เพราะจะต้องคัดไม้ดีๆ เช่น ไม้กระพี้สีเหลืองๆ นั้น แก่นมันพออยู่อีกสัก ๑-๒ เดือน มันไล่กันสีก็จะกลืนกันหมด สีเหลืองๆ กระพี้อย่างนี้เรียกว่าไม้ชั้นสอง ราคาประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท แต่ถ้าคัดไม้อย่างดีราคาก็แพงขึ้น ประมาณ ๘,๐๐๐-๙,๐๐๐ บาท

ตอนนี้อย่างดีมีคนมาจ้างทำ ๙ ตัว ทำแทบจะไม่ไหว เพราะสุขภาพไม่ค่อยดีแล้ว เป็นไฟลามทุ่งมันร้อนข้างใน หมอปัจจุบันเรียกว่าประสามเสื่อม เป็นมาเป็นเดือนแล้ว มันร้อนข้างในตัว กินยาก็ค่อยยังชั่วหน่อย ถึงมานั่งคุยได้

ตอนนี้ถ้าใครจะสั่งเป็นงา ที่สวยๆ ก็ไม่มีแล้ว ถ้าได้ก็ได้แบบธรรมดาๆ”

ความแตกต่างของจะเข้ที่นี้กับเจ้าอื่น

“ผมไม่รู้ แต่ผมคิดว่าผมไปเอาแบบสวยๆ มาแล้ว แม้แต่ครูจิตรเองก็รับรอง เขาก็มือช่างอยู่บางแค แกตายไปนานแล้ว แต่แรกเขาทำตรงส่วนหลังโต๊ะเป็นรูปใบมะยม ในตอนหลังผมก็เอารูปใบขนุนมาเปรียบเทียบกันว่าใครสวยกว่ากัน ครูจิตรก็บอกว่าของเขาไม่สวย คือใบมะยมสวยสู้ใบขนุนไม่ได้ ผมเลยยึดเอาแบบอันนั้นเป็นต้นมา คล้ายกับว่าได้รับการรับรองจากช่างที่ทำจะเข้มาก่อน”

เทคนิคในการเทียบเสียงจะเข้

“เรื่องเทียบเสียงต้องอาศัยประสบการณ์ เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งให้ครูแสวง อภัยวงศ์ นักดีดจะเข้มือเก๋ากึ๊ก มีจะเข้สวยอยู่ตัวหนึ่ง ทีนี้วันนั้นเขาให้ไปติดจะเข้ ผมเป็นคนติด เขาเป็นคนให้เสียง มันต้องใช้สายเอกและสายทุ้ม ๒ เสียงช่วยกัน สายฉากนี่ต้องทีหลัง ต้องตั้ง ๒ สายเป็นหลัก”

แหล่งหาวัสดุมาทำจะเข้

“เมืองชลบุรีมีไม้ขนุนเยอะ ไม้ที่นำมาทำก็เป็นพวกที่ลูกมันไม่ออกแล้วเขาก็เอามาขาย สมัยก่อนไม่ต้องซื้อไปขอเขาก็ให้ แต่เราต้องไปเลื้อยเอง เดี๋ยวนี้ต้องซื้อ

ส่วนไม้ที่ใช้ทำนมก็ใช้ไม้โมกมันแล้วเอาไม้ไผ่ปะ”

แนะนำการเลือกจะเข้ที่ดี

“จะเข้ที่เรียกว่าเสียงดี ก็คือเสียงดังฉ่ำทุกเส้น ส่วนมากเขาจะชอบใช้ที่ผมชอบ ถ้าเขารู้ว่าผมไม่ชอบตัวไหนเขาก็จะไม่เอาจะเข้ที่มีเสียงสั้นๆ ไม่กังวาลนี้จะไม่ค่อยดี เพราะเสียงมันจะลอด เวลาดีดเข้าวงนี่ เสียงมันจะลอดออกมา แต่ถ้าเสียงกังวาลเพราะๆ ก็น่าเล่น แต่บางทีเสียงที่เราไม่ชอบนี่คนอื่นอาจจะชอบก็ได้ คนนี้ไม่เอา คนอื่นอาจจะเอา

คนที่มาที่นี่ส่วนมากจะมาลองเลือกเสียงเอง ถ้าไม่มาซื้อเองก็จะซื้อด้วยความไว้วางใจ”

การดูแลรักษาจะเข้

“ให้ระวังแมลงและหนูจะมากัด ทางที่ดีควรจะทำผ้าคลุมไว้ไม่ให้มากวน ถ้ามันเข้าท้องจะเข้ได้ มันก็จะเข้าไปกินไม้ฉำฉาหมด

เคยมีคนมาบอกกับผมว่า แมลงที่เข้าไปกัดจนพรุนหมด ตัวคล้ายๆมอด ที่จริงเป็นตัวแมลงมีปีกบินได้ สำหรับที่นี่ก่อนทำจะฉีดพ่นยากันมอดให้เรียบร้อยเสียก่อน

จะเข้ส่วนใหญ่จะเสียที่ีนม คือจะชำรุดบ่อย หรือไม่ก็ขาหลุด เรื่องนมนี่ติดครั้งแรกจะไม่ค่อยทนเท่าไหร่ เพราะมันลื่น พอติดครั้งที่สองถึงจะทน”

ผู้สืบทอดฝีมือช่าง

“งานไหนถ้าผมไม่ได้ทำเองก็จะแนะไปเรื่อยๆ บางทีก็ไม่ต้องแนะ คนบางคนเขาช่างสังเกต มองแป๊บเดียวก็ทำได้ คนที่จะมาทำงานต่อจากผมก็มีอยู่แล้ว และทำได้เหมือนกันเลย ฝีมือไม่แตกต่าง”

สุขภาพอนามัยส่วนตัวของลุงเอื้อ

“ตอนนี้ผมอายุ ๗๑ ปีแล้ว นี่ถ้าไม่เป็นโรคก็ดีนะ เมื่อก่อนชวนพรรคพวกมาซ้อมเพลงกัน เดี๋ยวนี้สุขภาพไม่ดีเลยไม่ได้ซ้อม เพื่อนๆ ก็อายุแก่ๆ กันทั้งนั้น ประมาณ ๗๓, ๗๔ ปี คือผมเป็นคนเบาหวานมาก่อน ไฟลามทุ่งนี่เป็นได้ ๖ เดือน แต่เบาหวานนี้เป็นมานานหลายปีแล้ว โรคไฟลามทุ่งนี้ต้องมีหมอจีน กินยาจีน นี่ไม่ไหวเลยไม่หาย ที่เป็นโรคนี้ขึ้นมาก็เพราะโรคเบาหวาน

ผมไม่มีลูก มีแต่หลาน แฟนก็ไม่อยู่ ตายไปแล้ว”

ทั้งหมดนี้ คือเรื่องราวของช่างทำจะเข้ที่ชื่อ เอื้อ ฉัตรเฉลิม ผู้สร้างผลงานจนเลื่องลือเป็นที่รู้จัก และยอมรับของเหล่าบรรดาเซียนจะเข้ทั่วทั้งประเทศ จนกระทั่งได้รับการยกย่องให้เป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาการช่างฝีมือ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๒ ท่านใดที่จะติดต่อ ก็สามารถติดต่อได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องผ่านนายหน้า แต่เพื่อกันความพลาดหวัง ควรจะโทรศัพท์ไปสอบถามก่อน เพราะไม่บ่อยครั้งนัก ที่ใครไปแล้วจะได้จะเข้ติดไม้ติดมือกลับมาโดยไม่สั่งจอง เพราะใครๆล้วนต้องการจะเข้ของลุงเอื้อด้วยกันทั้งนั้น นี่ยังไม่รวมถึงร้านจำหน่ายเครื่องดนตรีลูกค้าขาประจำ ที่คอยจดจ้องตั้งแต่ลุงเอื้อยังไม่ตื่นมาทำงานเสียอีก เพราะฉะนั้นควรจะติดต่อทางโทรศัพท์ก่อนจะเป็นการดี ท่านจะได้ไม่ต้องไปเสียเที่ยว

สถานที่ติดต่อ

ที่บ้าน เลขที่ ๔๖๙ ซอยศรีนิคม ตำบลมะขามหย่ง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โทรศัพท์ (๐๓๘) ๒๗๗-๗๖๗
สถานที่ทำงาน ซอยจงประสาน ตำบลบ้านโขด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

คัดลอกจาก “ครูเอื้อ ฉัตรเฉลิม ช่างจะเข้แห่งเมืองชล” โดยกองบรรณาธิการ คอลัมน์เครื่องดนตรี วารสารเพลงดนตรี ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 เดือนมิถุนายน 2538
สนใจสั่งซื้อติดต่อวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล โทร 02-800-2525 ต่อ 102

ใครเป็นคนดนตรีแนะนำให้สมัครสมาชิกไว้ นอกจะได้สาระความรู้แล้ว ยังได้สนับสนุนวารสารดีๆ ที่มีเนื้อหาด้านดนตรีไทยต่อไป

Be Sociable, Share!

Tags: , , ,

มี 13 ความคิดเห็น ต่อ “เอื้อ ฉัตรเฉลิม ช่างจะเข้แห่งเมืองชล”

  1. หน่อง พูดว่า:

    เครดิตภาพ สุรินทร์ มุขศรี ถ่าย
    เป็นปกที่สวยที่สุดปกหนึ่งในตำนานของเพลงดนตรีเลยทีเดียว

  2. xxa พูดว่า:

    ขอบคุณสำหรับเครดิตภาพ และเห็นด้วยอย่างยิ่งกับอาจารย์หน่อง เป็นปกที่สวยที่สุดปกหนึ่งจริงๆ ครับ

    ใครเจอคำผิดตรงไหนบอกนะครับ เดี๋ยวจะแก้ให้ นั่งพิมพ์เองกับคุณ Sweet Saw อาจจะไม่ทันได้ตรวจทาน

  3. สุพจน์ พูดว่า:

    สายฉากไม่เคยได้ยิน หรือจะเป็นสายฉ่า

  4. ปองพล พูดว่า:

    ความคิดเห็นแรกนี่ช่าย ครู สหรัฐ จันทร์เฉลิม (หน่อง ) หรือป่าวครับ

  5. ปองพล พูดว่า:

    คือผมอยากจะซื้อจะเข้ตัวใหม่ เลยอยากทราบว่าจะเข้ของช่างอุทัย ที่เป็นหลานครูเอื้ออะครับ คุณภาพเสียง คุณภาพไม้นี่ เหมือนครูเอื้อมั้ยครับ

  6. ปาริชาต พูดว่า:

    คือว่า อยากทราบว่าการเลือกซื้อจะเข้ที่ดี เลือกอย่างไงค่ะ เเละถ้าจะซื้อ จะเข้ต้องซื้อที่ไหน เเล้วบ้านครู เอื้อ ฉัตรเฉลิม อยู่ไหน แล้วขอคุณภาพดีๆด้วยค่ะ และจะถามเรื่องไม้ดีดงาว่าเลือกซื้ออย่างไรถึงจะดี

  7. winai พูดว่า:

    ครูเอื้อเสียชีวิตไปแล้วครับ ตรั้แต่เมษา ปีที่แล้ว
    ส่วนหลานชาย (คุณอุทัย)ซึ่งเป็นผู้ที่รับการถ่ายทอดฝีมือการทำจะเข้ ก็เสียชีวิตไปแล้วเช่นกัน
    น่าเสียดายฝีมือ และศิลปะ ที่ไม่มีผู้รับช่วงถ่ายทอดสืบต่อมา

  8. ปิ่น พูดว่า:

    ทำให้ตัวนึงนะค่ะแล้วจะไปเอาให้ราคา4300โอเคมั้ยค่ะ ประมานเดือนตุลาคม(ต้นเดือนจะไปเอาเพราะว่าต้องเอาไปเล่นที่ต่างจังหวัด

  9. ฉัตรแก้ว ฉัตรเฉลิม พูดว่า:

    ครูเอื้อ เสียไปนานแล้วนะครับผมเป็นหลานของครูเอื้อแท้ๆเลยปัจจุบันไม่มีคนทำต่อนะครับ จริ
    งๆพ่อผมก็อยากทำต่อผมเองถ้าเกิดเร็วกว่านี้ผมก็ทำต่อครับ สำหับผู้ที่จะซื้อนะครับก็ขออภัยด้วยนะครับ

  10. ไพโรจน์ ลูกศิษอาจารย์ฉโลมใจวิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง พูดว่า:

    ครูเอื้อเสียเเล้วไม่รู้จะไปซื้อจะเข้ที่ไหนดี จะเข้ของท่านเป็นจะเข้ที่ดีมากเสียงดังกังวานไปเล่นงานที่ไหนก็ไม่ผิดหวัง
    เสียใจกับทางครอบครัวด้วยนะ่ครับ

  11. กณิษฐา พูดว่า:

    ต้องการขายจะเข้ ครูเอื้อ ค่ะ สภาพคงเดิม ราคา 35000 ติดต่อ 0988739625

ความคิดเห็น

หากต้องการมีรูปประจำตัว ให้สมัครที่ Gravatar.com